• Vira

ในวันที่หาไฟแช๊คไม่เจอ


คุณจำโมเมนท์ของการที่จะต้องการใช้ไฟแช๊ค แต่หามันไม่เจอได้ไหม?



ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณอยากจะสูบบุหรี่จัด หรือเซอร์ไพรส์เพื่อนวันเกิด หรือไม่ว่าด้วยก็ตาม ความรู้สึกนั้นมันทำให้เราค่อนข้างจะหยุดหงิดเป็นอย่างมาก (ถึงอยากจะเขียบปลอบใจว่า ไม่มากก็น้อยก็ตาม)

การจุดไฟขึ้นมาได้ ในทุกวันนี้เรามองมันเป็นเหมือนเรื่องที่ง่ายดาย เพียงแค่เรามีไฟแช๊คสักอัน ปัญหาที่เราเจอมาข้างต้นมันก็หายไป เพียงแค่การจุดไฟมันขึ้นมามองไปก็เหมือนกับการเริ่มสตารท์สิ่งใดสิ่งนึง ที่หลังจากนั้น เรื่องราวต่างๆจะได้ดำเนินต่อแบบไม่มีสะดุด นี่เป็นเหตุการณ์ที่ฉันฉุกคิดขึ้นได้หลังจากที่ต้องการจุดไฟขึ้นมาเพื่อสูบยาสูบสักตัว เพื่อผ่อนคลายความกังวล แต่ฉันกลับไม่มีไฟแช๊ก พร้อมที่จะจุดมันขึ้นมาสูบทั้งที่ปกติแล้วฉันไม่ใช้สิงห์อมควันสักเท่าไหร่ มีการสูบบ้างประปรายเพื่อเข้าสังคม (บุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะท่านผู้อ่านน)


มันเลยกลายมาเป็นความหงุดหงิดกับการเดินสำรวจไปรอบๆ สถานที่ๆฉันยืนอยู่ ณ ตรงนั้นพลั้นสอบถามคนรอบข้างก็ไม่ได้คำตอบว่า ไฟแช๊คที่เคยมีนั้น มี หรือไม่มี หรือไม่ว่ามันอันตธานพาลหายไปตอนไหน เพราะไม่มีใครอยากจะจุดไฟขึ้นมา ฉันเลยมองได้ หลายทาง อนึ่งคือความต้องการในการใช้งานของมัน สองส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องง่ายมากในการหาไฟแช็คจากคนสูบบุหรี่ (ซึ่งตอนนี้ไม่มี)





อินโทรมาซะยาว เข้าเรื่องเลยละกัน ฉันเลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มองไปในสถาณการณ์ตอนนี้ของโลก ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือสังคม หรือปัญหาส่วนตัวของฉันเอง ได้เดินทางเข้ามาชุมนุมพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย และปัญหาใหญ่ๆอย่าง โรคระบาด หรือ เศรษฐกิจเอง ทั้งที่เป็นปัญหาใกล้ตัวมากๆๆๆๆๆๆ แต่ทำไมคนตัวเล็กๆแบบฉันถึงรู้สึกว่ามันจับต้องอะไรไม่ได้เลย มองไม่เห็นอนาคตด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นไปในรูปแบบไหน

มันเหมือนกับการที่จู่ๆ ในยามค่ำคืน เราดูหนังเพลินๆ หรือไม่ก็กำลังเมามันกับการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วจู่ๆ ไฟก็ดับ ครั้นไม่ทันตั้งตัว มัวแต่เพลิน

...เทียน! เทียนไขเอามาจุดไฟสิ่ ภารกิจที่หนึ่งคือการ เดินคลำไปยังที่ๆเก็บเทียนไว้ ความมั่นใจมา 20% ละ ลำดับต่อไป ไหนหล่ะ ไฟแช๊ค? ไฟแช๊คอยู่ไหน เหมือนเป็นเรื่องสามัญธรรมดา ถ้าใครมีไฟอยู่ใกล้ๆ ก็โล่งใจไป จุดเทียนได้สำเร็จ แต่ลองนึกดูสิ่ ถ้าเราหาไฟแช๊คไม่เจอ หรือไม่ก็ที่บ้าน หรือสถานที่ตอนนั้นมันไม่มีอะไรที่ใช้จุดไฟขึ้นมาได้หล่ะ แน่นอนเราจะหงุดหงิด และยอมจำนนอยู่ในความมืดไป

เราจำความรู้สึกนั้นได้มั๊ย มันก็คล้ายๆกับสถานณการณ์ในตอนนี้เลยนะ อยู่กับความมืดที่มองด้วยตาไม่เห็น ลำดับนี้เป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของการ มีไอเดียสร้างสรรค์ และ ทดสอบจิตใจใน และ ความอดทนไปพร้อมๆกัน จะหันเหตัวเองด้วยการไปหาอะไรทำอย่างอื่น ก็มีข้อจำกัดมากมาย กับสิ่งที่บรรเทิงใจด้วยการ รับรู้ผ่านการมอง และการฟัง ส่วนใหญ่จะใช้ไฟฟ้า อ่ะออกไปหาเพื่อน หรือใครใกล้ๆดูสิ๊ อ่าวลืมไปเค้ามีเคอร์ฟิว แหม๋ ช่าง 4 ทุ่มได้พอดิบพอดี จะปลีกตัวไปนอนก็ไม่ใช่วิสัย ทำใจหลับไม่ลงไปอีก





อ่ะไหน มาดูเราทำอะไรได้อีกบ้าง ไหนลองนั่งนิ่งๆ มองไปรอบๆ ให้สายตาได้ปรับความคุ้นชินกับสภาพแสงที่หลงเหลืออยู่ดู สักพักเราก็เริ่มที่จะเห็นทุกสิ่งขึ้นมาลางๆ เริ่มจากมองดูที่มือเราก่อนเลย เราเริ่มเห็นว่ามือเราเล็กใหญ่ ปานไหน จับสัมผัสถึงความ นุ่มหรือแห้งกร้านดู หืมมม มือเรากร้านขนาดนี้เลยหรอเนี่ย (พึมพำโหมด) หลังจากสัมผัสมืออันหยาบกร้านของตนเองนั้น จิตใจก็เลยพย้อนอดีตกลับไปเรื่องราวต่างๆมากมาย สิ่งที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นสัมผัสที่กร้านจากการทำงาน แบกหาม หรือทำสวนอะไรก็ว่าไป หรือความทรงจำดีๆกับการสัมผัสมือจากคนรัก ครอบครัว เพื่อนฝูง หรือความทรงจำเล็กๆอย่างตอนรับเงินทอนจากคุณป้าขายส้มโอที่ตลาดแถวบ้านที่ตอนนั้นเรายิ้ม และพูดคำว่าขอบคุณกลับไป คุณป้าส้มโอดีใจยิ้มตอบกลับ มันก็เป็นช่วงเวลาดีๆ ในหนึ่งวันอยู่เหมือนกัน

สองมือในแสงสลัวๆ ที่สายตาของเราที่เริ่มปรับให้คุ้นชินขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีความกล้า และ มั่นใจมากขึ้นว่า เราจะไปเดินหาไฟอีกครั้ง เราใช้เวลาค่อยๆนึกว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้ล่าสุด ให้เวลากับการค้นหา จนในที่สุด เราเจอไฟแช๊คแล้ว เย่!


เทียนมา แช๊ค แช๊ค.....ไฟจากไส้เทียนค่อยๆส่องสว่างในทันใด...


และคุณจำความรู้สึกนั้นได้ไหม ความรู้สึกที่จุดเทียนขึ้นมา เรารู้มันชุ่มชื้นหัวใจ และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเพียงใด...ความรู้สึกนั้นแหล่ะ ที่เราจะต้องทำมันให้ได้ขั้นมาอีกครั้ง กับสถาณการณ์ ในวันที่โลกไฟดับแบบนี้

เป็นกำลังใจให้ทุกคนให้จุดไฟ ผ่านปัญหา ขจัดความกลัวนี้ออกไปด้วยกัน อย่าลืมที่จะย้อนมองตัวเอง ขื่นชมตัวเอง ให้กำลังใจตัวเอง พร้อมที่จะจุดไฟส่องสว่างไปด้วยกันอีกครั้ง




รักเอย มนุษย์ปี 2020




0 views

© 2020 by Deco Moda Studio